กรมสรรพากรสหรัฐฯ (IRS) มองว่าสินทรัพย์คริปโตอย่าง USDT เป็น “ทรัพย์สิน” (property) ไม่ใช่สกุลเงิน นั่นหมายความว่าทุกครั้งที่คุณรูดบัตร USDT จ่ายค่ากาแฟ สมัครสมาชิก ChatGPT Plus หรือเติมน้ำมัน IRS จะมองว่าเป็นสองขั้นตอน: ขาย USDT แลกเป็นดอลลาร์ก่อน แล้วจึงใช้ดอลลาร์นั้นจ่ายเงิน ขั้นตอนแรกคือเหตุการณ์กำไร/ขาดทุนจากทุนที่ต้องเสียภาษี
แม้ USDT จะผูกค่ากับ 1 ดอลลาร์และส่วนต่างมักจะน้อยมาก แต่ “ส่วนต่างน้อย” ไม่ได้แปลว่า “ไม่ต้องรายงาน” ภาระการรายงานไม่เกี่ยวกับขนาดของจำนวนเงิน แต่เกี่ยวกับ “มีการจำหน่ายเกิดขึ้นหรือไม่”
1. การใช้จ่ายทุกครั้งต้องบันทึกใน Form 8949
Form 8949 เป็นแบบฟอร์มที่ IRS ใช้ในการรายงานการจำหน่ายสินทรัพย์ทุนทีละรายการ วิธีกรอกข้อมูลสำหรับการใช้จ่ายบัตร USDT:
- Date acquired: วันที่คุณซื้อ USDT ล็อตนั้น
- Date sold: วันที่คุณรูดบัตรใช้จ่าย
- Proceeds: จำนวนดอลลาร์ที่แปลงมาจาก USDT ตอนใช้จ่าย
- Cost basis: ต้นทุนที่คุณซื้อ USDT ล็อตนั้นมา (รวมค่าธรรมเนียม)
- Gain/Loss: Proceeds ลบด้วย Cost basis
การถือครองเกิน 1 ปีถือเป็นกำไรทุนระยะยาว (อัตราภาษี 0% / 15% / 20%) ส่วนไม่ถึง 1 ปีถือเป็นกำไรทุนระยะสั้น (คิดตามอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา) หลังจากรวมยอดแล้วยังต้องนำไปกรอกใน Schedule D ด้วย
หากคุณรูดบัตรหลายร้อยครั้งในหนึ่งปี การกรอกด้วยมือแทบจะเป็นไปไม่ได้ ผู้ถือบัตรในสหรัฐฯ ส่วนใหญ่จึงใช้เครื่องมืออย่าง CoinTracker, Koinly, TokenTax ดึงข้อมูลออกจากตลาดแลกเปลี่ยนและผู้ออกบัตรมาสร้างไฟล์ Form 8949 PDF โดยอัตโนมัติ
2. คำนวณ Cost basis อย่างไร — 3 วิธี
วิธีคำนวณต้นทุนที่ IRS อนุญาต:
- FIFO (เข้าก่อนออกก่อน): วิธีมาตรฐาน USDT ที่ซื้อก่อนจะถูกใช้จ่ายก่อน
- Specific Identification: คุณต้องพิสูจน์ได้ว่าการใช้จ่ายแต่ละครั้งตรงกับล็อตที่ซื้อมาล็อตใด
- HIFO (ต้นทุนสูงออกก่อน): เป็นรูปแบบหนึ่งของ Specific ID ที่มักใช้เพื่อลดกำไรที่ต้องเสียภาษีอย่างถูกกฎหมาย
ตั้งแต่ปีภาษี 2026 เป็นต้นไป IRS กำหนดให้ต้องติดตาม cost basis ระดับบัญชี (per-wallet basis) จะไม่สามารถรวม FIFO ข้ามบัญชีได้อีกต่อไป กล่าวคือ USDT ที่ซื้อบน Coinbase จะนำ cost basis ไปรวมคำนวณกับ USDT ที่ซื้อบน Kraken ไม่ได้
3. 1099-B: ผู้ออกบัตรที่มีใบอนุญาตในสหรัฐฯ จะออกให้
หากคุณใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีใบอนุญาตในสหรัฐฯ อย่าง Coinbase Card, Crypto.com Visa หรือ BitPay Card ผู้ออกบัตร/ตลาดแลกเปลี่ยนที่เกี่ยวข้องมักจะส่ง 1099-B (หรือ 1099-DA แบบใหม่ ที่จะทยอยเข้ามาแทนที่ตั้งแต่ปีภาษี 2026) ให้ภายในปลายเดือนมกราคมของปีถัดไป พร้อมส่งสำเนาให้ IRS ด้วย
ข้อควรระวัง:
- 1099-B ไม่สามารถคัดลอกลง 1040 โดยตรง มันเป็นเพียงข้อมูลดิบให้คุณตรวจสอบ สุดท้ายยังต้องนำมารวมใน Form 8949
- ผู้ออกบัตรจากต่างประเทศ (เช่น ผลิตภัณฑ์สายฮ่องกง มาเก๊า หรือเอเชียตะวันออกเฉียงใต้) จะไม่ออก 1099-B ให้ แต่ภาระการยื่นภาษีของคุณ ไม่เปลี่ยนแปลง
- บัญชีคริปโตต่างประเทศที่เกินเกณฑ์กำหนดยังต้องเปิดเผยข้อมูลตาม FBAR / FATCA ด้วย — ซึ่งเป็นภาระอีกชุดหนึ่งที่แยกจากภาษีเงินได้
4. สองจุดเสี่ยงที่มักถูกมองข้าม
ลักษณะของเงินคืน (cashback): เงินคืนคริปโตที่บัตร USDT ให้ IRS โดยทั่วไปมองว่าเป็น “rebate / ส่วนลด” ไม่ใช่รายได้ที่ต้องเสียภาษี — แต่ มูลค่ายุติธรรมตอนที่ได้รับจะกลายเป็น cost basis ของคริปโตส่วนนี้ เมื่อขายหรือใช้จ่ายในภายหลังก็ยังต้องคำนวณกำไรอยู่ดี
Staking / ล็อกเหรียญเพื่อรับระดับสิทธิ์ที่สูงขึ้น: บัตรบางใบต้องล็อกโทเคนของแพลตฟอร์มเพื่อแลกระดับเงินคืนที่สูงขึ้น ผลตอบแทนจาก staking ถือเป็นรายได้ทั่วไป (ordinary income) ต้องคำนวณตามมูลค่ายุติธรรมในวันที่ได้รับทันที ซึ่งเป็นเส้นภาษีที่แยกต่างหากจากการใช้จ่ายบัตร
ข้อเสนอแนะจากกองบรรณาธิการ
ควรทำ: ตั้งแต่แรกให้ดึงข้อมูล CSV จากตลาดแลกเปลี่ยนและผู้ออกบัตรมาเชื่อมกับซอฟต์แวร์ภาษีสักตัว การมาไล่บันทึกย้อนหลังทั้งปีตอนเดือนเมษายนจะยากลำบากมาก
ไม่ควรทำ: อย่าข้าม Form 8949 เพียงเพราะคิดว่า “USDT เป็นสเตเบิลคอยน์ กำไรแทบเป็นศูนย์” — สิ่งที่ IRS สนใจคือ “มีการรายงานหรือไม่” ไม่ใช่ “จำนวนเงินมากหรือน้อย” บทลงโทษและดอกเบี้ยจากการไม่รายงานอาจสูงกว่าภาษีที่ต้องจ่ายจริงมาก
อ่านเพิ่มเติม: ภาพรวมการปฏิบัติตามกฎระเบียบบัตร USDT ในสหรัฐฯ · ความเสี่ยงของบัตรที่ไม่มี KYC · บัตร U คืออะไร