ไทย · 中文 · English

ใช้บัตร USDT ใช้จ่ายต้องเสียภาษีไหม?

ส่วนใหญ่ต้องเสียภาษี IRS ของสหรัฐฯ, HMRC ของสหราชอาณาจักร และประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปส่วนใหญ่ ถือว่า 'การใช้จ่ายด้วยสินทรัพย์คริปโต' เป็นเหตุการณ์จำหน่าย (disposal) โดยคิดกำไรจากส่วนต่างระหว่างมูลค่า USDT ในวันที่ใช้จ่ายกับราคาต้นทุน ส่วนญี่ปุ่นและเกาหลีใต้จัดเป็นภาษีเงินได้ ส่วนจะเกิดภาษีจริงหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับราคาต้นทุน อัตราแลกเปลี่ยน และเกณฑ์ขั้นต่ำที่ต้องเสียภาษีในแต่ละประเทศ

ในเขตอำนาจศาลหลักส่วนใหญ่ การใช้จ่ายด้วยบัตรสินทรัพย์คริปโตไม่ใช่แค่ “การใช้เงิน” แต่เป็นการจำหน่ายสินทรัพย์คริปโต (disposal) หนึ่งครั้ง กล่าวคือ คุณใช้ USDT ที่มีราคาต้นทุนแลกกับสินค้าหรือบริการ ซึ่งหน่วยงานภาษีมองว่าขั้นตอนนี้เทียบเท่ากับการขาย USDT ก่อนแล้วจึงจ่ายด้วยเงินตราท้องถิ่น ส่วนจะเกิดภาษีจริงหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับราคาต้นทุนของ USDT ราคาตลาดในวันที่ใช้จ่าย เกณฑ์ขั้นต่ำที่ต้องเสียภาษีในแต่ละประเทศ และการจัดประเภทว่าเป็นกำไรจากทุนหรือรายได้ทั่วไป

ทำไมการใช้จ่ายจึงถือเป็นเหตุการณ์จำหน่าย

กฎหมายภาษีสนใจ “การโอนกรรมสิทธิ์ในสินทรัพย์” มากกว่าเจตนาส่วนตัวว่าคุณกำลัง “ใช้เงินหรือลงทุน” IRS ของสหรัฐฯ ระบุไว้ชัดเจนใน แนวทาง Digital Assets ว่าการใช้สินทรัพย์ดิจิทัลชำระค่าสินค้าหรือบริการถือเป็นเหตุการณ์ต้องเสียภาษี ต้องคำนวณตามมูลค่าตลาดยุติธรรม ณ ขณะนั้น

แม้ USDT จะเป็น stablecoin ที่ในทางทฤษฎี 1 USDT ≈ 1 USD แต่ราคาต้นทุนที่แท้จริงขึ้นอยู่กับวิธีที่คุณได้มา:

ตราบใดที่ราคาแปลงค่าในวันที่ใช้จ่ายสูงกว่าราคาต้นทุน ส่วนต่างนั้นคือกำไร หากต่ำกว่าคือขาดทุน (ซึ่งสามารถนำไปหักลบได้ในเขตอำนาจศาลส่วนใหญ่)

เขตอำนาจศาลหลักจัดการอย่างไรบ้าง

แต่ละประเทศจัดประเภท “การใช้จ่ายด้วยสินทรัพย์คริปโต” แตกต่างกันมาก ซึ่งส่งผลต่ออัตราภาษีและเกณฑ์ขั้นต่ำ:

สามารถดูรายละเอียดกฎเกณฑ์ของแต่ละภูมิภาคเพิ่มเติมได้ที่ /compliance/us, /compliance/eu, /compliance/jp และ /compliance/uk

”จุดเสียดทานด้านภาษี” ที่มักถูกมองข้าม

ในสายการเดิน เงินตราท้องถิ่น → USDT → การใช้จ่าย มีอย่างน้อยสามจุดที่อาจก่อให้เกิดหน้าที่ในการรายงาน:

  1. ซื้อ USDT ด้วยเงินตราท้องถิ่น: ตัวมันเองไม่ก่อให้เกิดภาษี แต่เป็นจุดกำหนดราคาต้นทุน ซึ่งจะใช้เป็นฐานในการคำนวณภาษีในภายหลัง
  2. แลกเปลี่ยนสกุลเงินเป็น USDT (เช่น แปลง ETH เป็น USDT แล้วเติมเข้าบัตร): ขั้นตอนนี้เองก็ถือเป็นเหตุการณ์จำหน่ายแล้ว ไม่เกี่ยวกับว่าจะรูดบัตรหรือไม่
  3. การใช้จ่ายผ่านบัตร: ทุกรายการคือเหตุการณ์จำหน่ายที่แยกจากกัน ต้องบันทึกตามราคาตลาดในวันนั้น

หากคุณใช้งานบ่อยในระยะยาว เช่น สมัครสมาชิก ChatGPT Plus หรือ Claude Code ตลอดทั้งปีอาจสะสมรายการจำหน่ายมูลค่าเล็กน้อยหลายสิบถึงหลายร้อยรายการ ประเทศส่วนใหญ่ไม่ยกเว้นสำหรับรายการมูลค่าเล็กน้อย เพียงแต่จำนวนเงินน้อยและกำไรใกล้ศูนย์เท่านั้น แต่ในทางรูปแบบก็ยังต้องรายงานอยู่ดี

คำแนะนำจากบรรณาธิการ

สิ่งที่ควรทำ: เก็บบันทึกแบบ CSV ตั้งแต่การเติมเงินครั้งแรก (เวลาที่เติม สกุลเงิน จำนวน ราคาตลาด ณ ขณะนั้น ราคาต้นทุน) ผู้ให้บริการบัตรหลายรายมีใบแจ้งยอดรายเดือนให้ สามารถส่งออกได้เลย สิ่งที่ไม่ควรทำ: อย่าคิดเอาเองว่าไม่มีภาระภาษีเพียงเพราะ USDT เป็น stablecoin — เขตอำนาจศาลส่วนใหญ่คือ “ต้องรายงานแต่อาจไม่มีภาษีที่ต้องจ่าย” ไม่ใช่ “ไม่ต้องรายงาน” หากเกี่ยวข้องกับจำนวนเงินที่มาก ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีที่มีใบอนุญาตในท้องถิ่น บทความนี้ไม่ถือเป็นคำแนะนำด้านภาษี

หากต้องการทำความเข้าใจแนวคิดพื้นฐานของบัตร U สามารถอ่านได้ที่ U คือบัตรอะไร

FAQ

Q. USDT เป็นเหรียญ stablecoin ราคาไม่เปลี่ยนแปลง ก็ไม่ต้องยื่นภาษีใช่ไหม?
ยังต้องยื่นอยู่ดี หน่วยงานภาษีส่วนใหญ่กำหนดให้บันทึกเหตุการณ์จำหน่ายทีละรายการ แม้กำไรจะเป็นศูนย์หรือน้อยมาก ก็ยังถือว่า 'ต้องรายงานแต่ไม่มีภาษีที่ต้องจ่าย'
Q. การเติม USDT เข้าบัตรถือเป็นเหตุการณ์ต้องเสียภาษีหรือไม่?
โดยปกติไม่ถือเป็นเหตุการณ์ต้องเสียภาษี การโอน USDT จากกระเป๋าของตัวเองไปยังบัญชีบัตรที่เป็นชื่อเดียวกันถือเป็นการโอนของบุคคลเดียวกัน แต่หากระหว่างทางมีการแลกเปลี่ยนสกุลเงิน (เช่น BTC เป็น USDT) ขั้นตอนการแลกเปลี่ยนนั้นจะก่อให้เกิดการจำหน่าย

Sources